การดูแลผู้สูงอายุ

7 ข้อควรรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ สำหรับผู้ใกล้ชิด

Posted by

ข้อควรรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ

ลูกหลานท่านไหนที่มีผู้สูงอายุภายในบ้าน ไม่ว่าคุณจะดูแลผู้สูงอายุหรือไม่ ขอให้รู้ว่าผู้สูงอายุเมื่อมีอายุมากขึ้นนอกจากจะมีสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วแล้วนั้นยังส่งผลต่อสภาพจิตใจที่อาจเกิดความเครียดและความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเองในระยะยาวอีกด้วย เหตุเป็นเพราะเค้าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ดีเหมือนเมื่อก่อนอาจทำให้มีความคิดโทษตัวเองเกิดขึ้นได้การดูแลผู้สูงอายุ ขั้นพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ลูกหลานทุกคนควรรู้เพื่อดูแลผู้ป่วยเมื่อเข้าขั้นติดเตียงหรืออาการเริ่มต้นแค่ทุพพลภาพ ซึ่งสิ่งที่คุณควรรู้ในการดูแลผู้สูงอายุมีดังนี้

 

อาหาร ผู้สูงอายุ
ควรเลือกซื้ออาหารจำพวกโปรตีนที่มีคุณสมบัติที่ย่อยทานง่าย เน้นอาหารเน้นอาหารที่ทานแล้วไม่ทำให้ท้องอืด

 

ด้านอาหาร

ควรเลือกซื้ออาหารจำพวกโปรตีนที่มีคุณสมบัติที่ย่อยทานง่ายงดอาหารที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง เน้นอาหารเน้นอาหารที่ทานแล้วไม่ทำให้ท้องอืดเช่น ปลา และไข่ ถ้าจะบริโภคเนื้อแดงควรทำให้เปื่อย ในเรื่องของไข่ไก่สามารถกินไข่ขาวได้สูงถึงวันละ 3 ฟองหากไม่สามารถกินโปรตีนที่ย่อยอยากได้ แต่ในเรื่องของไข่แดงถ้าไม่มีโรคประจำตัว หรือไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ที่รวมทั้งไข่แดงและไข่ขาวได้ถึงวันละ 2 – 3 ฟอง แต่ไม่ควรกินไข่แดงเกินสัปดาห์ละ3 ฟอง

คาร์โบไฮเดรต ควรเป็นแป้งจากธัญพืชเต็มเมล็ดหรือขัดสีน้อย เพื่อเพิ่ม วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร เลือกที่มีน้ำตาลน้อยที่สุด จำกัดอาหารมีน้ำตาลให้เหลือน้อยที่สุด

ไขมัน จำกัดไขมันทุกประเภทให้เหลือน้อยที่สุด เพราะเป็นอาหารที่มีประโยชน์น้อยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ให้โทษมากกว่า โดยเฉพาะโรคของหลอดเลือดต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง

ผัก-ผลไม้ ควรทานผักผลไม้ให้ได้บ่อยๆอย่างน้อยวันละ 5 มื้อ แต่ละมื้อก็ไม่ควรทานมากจนเกินไป เพื่อรับวิตามินจากพืช และใยอาหารทำให้ลดการท้องผูก และไม่ทำให้อ้วน หากทานน้อยแต่สม่ำเสมอ เพราะเป็นอาหารกลุ่มพลังงานน้อย ยกเว้นผลไม้ที่มีรสหวานทุกชนิด ควรจำกัดเช่นเดียวกับการจำกัดอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมัน

น้ำดื่ม ดื่มน้ำให้ได้มากๆจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น ลดอาการท้องผูก ลดโอกาสเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลดอาการ ปากคอแห้ง และช่วยละลายเสมหะ ดื่มอย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว เมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม หรือตามคำสั่งแพทย์ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุควรได้อาหารหลากหลายชนิด ไม่ควรกินซ้ำๆชนิดเดียวกันต่อเนื่อง เพราะจะเกิดการสะสมสารไม่พึงประสงค์หรือภาวะสารขาดอาหารได้ง่าย

 

การออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
ควรดูแลให้ผู้สูงอายุได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนอยู่เสมอเช่น การเดิน การบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ

 

ด้านการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกาย

ควรดูแลให้ผู้สูงอายุได้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย (Physical activity) ท่าออกกำลังกายที่สำคัญของผู้สูงอายุ ที่คุณควรรู้ ทุกส่วนอยู่เสมอเช่น การเดิน การบริหารกล้ามเนื้อและข้อต่างๆที่สำคัญเช่น ข้อเข่า ข้อไหล่ และข้อนิ้วต่างๆ เพราะข้อต่างๆจะติดขัดได้ง่ายจากการเสื่อมถอยของเนื้อเยื่อข้อกระดูกและกล้ามเนื้อเช่น การช่วยงานบ้านที่เหมาะสมกับสุขภาพเช่น กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ ช่วยดูแลหลานที่โตแล้ว แต่การดูแลเด็กอ่อนและเด็กเล็กควรต้องมีผู้ช่วยผู้สูงอายุด้วย

ควรจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหวเสมอ ไม่นั่งแช่ดูทีวีหรือนอนอยู่แต่บนเตียง การช่วยกันจัดให้มีการรวมกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อกิจกรรมต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วยผู้สูงอายุทั้งสุข ภาพกายและสุขภาพจิต

ส่วนการออกกำลังกาย (Exercise) หมายถึงการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวที่เพิ่มการใช้พลัง งาน นอกเหนือจากการเคลื่อนไหวร่างกายในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เสมอ เพื่อแนะนำวิธีการในการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุแต่ละคน

 

การขับถ่าย ผู้สูงอายุ
ปัญหาการขับถ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติ ยังมียาช่วยกระตุ้นประสาทควบคุมการขับถ่ายเพื่อช่วยให้กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระได้ดีขึ้น

 

 

ด้านการขับถ่าย

ผู้ดูแลและครอบครัวควรต้องเข้าใจว่า ปัญหาการขับถ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ควรรำคาญ หรือแสดงความรังเกียจ ควรต้องช่วยผู้สูงอายุแก้ปัญหา ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาล เพราะมีวิธี การทางกายภาพบำบัดที่จะช่วยฝึกกล้ามเนื้อในการขับถ่ายให้แข็งแรงขึ้น และยังมียาช่วยกระตุ้นประสาทควบคุมการขับถ่ายเพื่อช่วยให้กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระได้ดีขึ้น

นอกจากนั้นผู้สูงอายุเองควรต้องให้ความร่วมมือดูแลตนเองตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ อย่าขาดกำลังใจเช่น การทำงานต่างๆให้อยู่ใกล้ห้องน้ำไว้ ไม่กลั้นปัสสาวะ/อุจจาระ ระวังเรื่องอาหาร ศึกษาเส้นทางการเดินทางการท่องเที่ยวก่อนเสมอเมื่อต้องเดินทาง เพื่อจัดการปัญหาเรื่องห้องน้ำ และแจ้งครอบครัวถึงความจำเป็นในการเข้าห้องน้ำเสมอ

อีกประการคือ ผู้สูงอายุและผู้ดูแลต้องใส่ใจบริเวณอวัยวะเพศและบริเวณก้น เมื่อมีภาวะกลั้นปัสสาวะ/อุจจาระไม่อยู่ เพราะบริเวณนี้ซึ่งอับชื้นอยู่แล้วจะอักเสบติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งเชื้อราได้ง่าย หรือเกิดเป็นผื่นคันได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งการรักษาจะยุ่งยากกว่าการป้องกันดูแลมาก

ซึ่งการดูแลที่สำคัญคือ การทำความสะอาดทุกครั้งที่มีการปัสสาวะ/อุจจาระทั้งในภาวะปกติและในภาวะกลั้นไม่อยู่โดย

  • ล้างบริเวณนี้ด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด (ควรเตรียมไว้ล่วงหน้าเสมอในการเดินทาง)
  • เมื่ออาบน้ำควรใช้สบู่อ่อนโยน (สบู่เด็กอ่อน) ทำความสะอาดบริเวณนี้เสมอ อย่าใช้สบู่หรือน้ำยารุนแรง
  • สวมใส่ชุดชั้นใน กางเกง หรือกระโปรง ชนิดผ้าที่ถ่ายเทอากาศได้ดีเช่น ผ้าฝ้าย 100%
  • เปลี่ยนผ้าอ้อมอนามัยบ่อยๆ (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง ผื่นผ้าอ้อม)
  • เมื่อเกิดผื่นหรือแผล ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเบตาดีน และถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนผื่นหรือแผลลุกลาม

 

การป้องกันอุบัติเหตุ ผู้สูงอายุ
จากการล้ม เพราะปัญหาของการเสื่อมถอยของสมองการมองเห็น และการได้ยินลดลง

 

ด้านการป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน

จากการล้ม เพราะปัญหาของการเสื่อมถอยของสมอง (การวิงเวียน ความสามารถในการทรงตัว) กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อ การมองเห็น และการได้ยินลดลง ทำให้การจัดสภาพแวดล้อม เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุ มีความสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่อาจลื่นล้มได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องจัดบ้านให้ปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ ที่จะลื่นหรือสะดุดล้ม เช่น

  • ไม่ควรให้นอนกับพื้น ควรให้นอนเตียงนอน
  • เตียงนอนควรเตี้ยในระดับที่ลุกนั่งแล้วเท้ายันพื้นได้พอดี มีที่ยึดเหนี่ยว
  • จัดให้ห้องพักอยู่ใกล้ห้องน้ำ
  • ไม่มีสิ่งของที่เป็นอันตรายในห้องพัก
  • ระมัดระวังเรื่องการใช้พรมปูพื้น
  • พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น (การมีราวจับจะช่วยการทรงตัวได้ดีขึ้น)
  • ทางเดินในบ้านต้องสะดวก ไม่วางของเกะกะรวมทั้งบนพื้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้บันได
  • และแสงสว่างตามทางเดินต่างๆทุกที่ ต้องเพียงพอให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
  • การเลือกรองเท้าที่กระชับ มีสายรัด หัวท้ายปิด นุ่มสบาย ส้นเตี้ย สะดวกต่อการสวมใส่ และการถอด (ไม่ควรเลือกชนิดมีสายผูกร้อยควรเป็นแถบกาว)
  • และการใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญช่วยลดอุบัติเหตุของผู้สูงอายุ

*นอกจากนี้ ควรต้องพูดคุยแนะนำกับผู้สูงอายุถึงวิธีใช้อุปกรณ์ต่างๆซึ่งต้องง่ายและปลอดภัย หรือห้ามใช้อะไรบ้าง? เช่น

  • ห้ามใช้เตาแก๊ส
  • ห้ามจุด ธูป/เทียนไหว้พระ
  • และต้องแนะนำผู้สูงอายุในการดูแลตนเอง เมื่อไม่มีคนอยู่บ้าน เป็นต้น

 

ด้านการติดเชื้อและโรคประจำตัว

ควรมีการตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุ เริ่มได้เลยในทุกอายุ ต่อจากนั้นความถี่ในการตรวจจะขึ้นกับผลตรวจและดุลพินิจของแพทย์

อีกประการสำคัญคือ ควรให้ผู้สูงอายุได้รับการฉีดวัคซีนตามกระทรวงสาธารณสุขและ/หรือแพทย์/พยาบาลแนะนำเสมอเช่น วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโรคไวรัสตับอักเสบ บี

นอกจากนั้น เมื่อพบว่าผู้สูงอายุเจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ควรต้องใส่ใจดูแลรักษาปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำเสมอ เคร่งครัดกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป เพราะผู้สูงอายุจะเกิดผลข้างเคียงต่างๆได้ง่าย และไม่ควรให้ขาดยา รวมทั้งการพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล ควรต้องสม่ำเสมอตามแพทย์นัด

เมื่อผู้สูงอายุมีอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะเมื่อมีไข้หรือท้องเสีย

*ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 – 2 วัน *ต้องรีบนำผู้สูงอายุพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อการรักษาได้ทันท่วงที

*แต่ถ้ามีอาการมากควรพบแพทย์/มาโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมงหรือเป็นการฉุกเฉิน

 

สุขภาพจิต ผู้สูงอายุ
ให้ความรักความนับถือผู้สูงอายุ

 

ด้านสุขภาพจิต

  • ให้ความรักความนับถือเหมือนเมื่อครั้งผู้สูงอายุยังอยู่ในวัยทำงาน
  • ให้ความเข้าใจ
  • มีเวลาให้บ้าง
  • สั่งสอนอบรมให้ลูกหลานยังคงเคารพนับถือ
  • ไม่แสดงให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าเป็นภาระ หมดคุณค่า เป็นที่ไม่ต้องการ
  • หาทางช่วยเสริมสร้างศรัทธาในตนเองให้กับผู้สูงอายุ เช่น
  • การได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมผู้สูงอายุด้วยกัน
  • การได้มีส่วนร่วมในการดูแลครอบครัวโดยให้เหมาะสมกับสุขภาพผู้สูงอายุ
  • การยังเป็นที่เคารพนับถือของคนในครอบครัวที่อาวุโสน้อยกว่า

ผู้สูงอายุควรมีโอกาสได้เข้าสังคมที่เหมาะสม การที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน ขาดเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือขาดคนพูดคุยผ่อนคลายความเหงา ยิ่งเป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ

ผู้ดูแลและครอบครัว ควรคอยสังเกตอาการซึมเศร้าของผู้สูงอายุเสมอ เมื่อมีอาการมาก หรือครอบครัวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ควรรีบปรึกษาแพทย์/พามาโรงพยาบาล

 

ด้านสิ่งแวดล้อม

สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสุขภาพกายและสุขภาพจิตในการดูแลผู้สูงอายุ เช่น ควรจัดบ้านให้สะอาด และถ้าเป็นไปได้ ช่วยให้ผู้สูงอายุได้เห็นแสงแดดหรือมีห้องพักที่แสงแดดส่องถึง เพราะนอกจากช่วยฆ่าเชื้อโรคแล้ว แสงแดดจะมีผลต่อจิตใจให้ความรู้สึกที่สดชื่นและเกิดพลัง ช่วยลดการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี

มีต้นไม้ดอกไม้แม้จะเพียง 1 – 2 กระถางให้ผู้สูงอายุได้ดูแล ได้มีส่วนร่วม และได้เห็นถึงการมีชีวิตและการเจริญเติบโตซึ่งเกิดจากการดูแลของผู้สูงอายุเอง ซึ่งจะช่วยด้านอารมณ์และจิตใจของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

 

สุดท้ายการดูแลผู้สูงอายุอย่างเอาใจใส่จะเป็นขวัญกำลังใจสำคัญที่จะทำให้คนที่คุณดูแลรู้สึกประทับใจและมีสภาพจิตจิตใจที่ดีในการรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงสมบูรณ์

 

 

 

เรียบเรียงโดย: kavitaonline.com

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *