การแต่งกายของไทยในอดีต

วิวัฒนาการแต่งกายของคนไทยจาก อดีต-ปัจจุบัน

Posted by

วิวัฒนการเกี่ยวกับการแต่งกายของไทย

ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติ ที่เป็นของตนเองมาเป็น ระยะเวลายาวนานไม่ว่าจะเป็นศิลปะไทย ภาษาไทย อาหารไทย มารยาทไทย และชุดประจำชาติไทย ผ้าม่านสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีคุณค่า มีความงดงามบ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งความเป็น “ไทย” ที่นำความภาคภูมิใจ  มาสู่คนในชาติ
การแต่งกายของไทย ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ นับตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนกลาง ยุคเริ่มการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงปัจจุบัน “ยุคแห่งเทคโนโลยีข่าวสาร” ผ้าม่าน

 

ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

 

การแต่งกายของไทยในอดีต

 

วัฒนธรรมการแต่งกายในสมัย นี้ ทั้งทรงผม เสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับต่างๆ ยังคงลักษณะบางอย่างที่สืบเนื่องมาจากสมัยอยุธยา แต่มีแตกต่างกันไปตามชุมชนทั้งในเมืองและท้องถิ่นต่าง ๆ การแต่งกายตามประเพณีนิยมในภูมิภาคต่าง ๆ ของราษฎรจะแตกต่างไปจากประเพณีนิยมของราษฎร  ในเขตราชธานีภาคกลาง แม้แต่สังคมของคนกรุงเทพฯ ยุคนั้น
การแต่งกายของราษฎรทั่วไปยังต่างกันไปตามชนชาติ  ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่น ฐานบ้านเรือนในขณะนั้น  การแต่งกายโดยทั่วไปของคน ในสมัยนี้ ชาย ไว้ผมตัดสั้นที่เรียกว่า ผมมหาดไทย
นุ่งผ้าโจงหรือ จีบ ตามธรรมดา ไม่นิยมสวมเสื้อ ยกเว้นในเทศกาลเข้าร่วมในงานพระราชพิธีต่างๆ หญิง ห่มสไบ นุ่งผ้าโจงหรือผ้าจีบ ราษฎรสามัญ ลักษณะการแต่งกายตามแบบจารีตนิยมนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่ออิทธิพลของชาติตะวันตกขยายตัวเข้ามาในดินแดนแถบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการแต่งกายนี้ ได้เกิดในกลุ่มชนชั้นนำก่อน

 

ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง

 

การแต่งกายของไทยในอดีต

 

ได้มีนโยบายเปิดประเทศ คือ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการแต่งกาย เช่น โปรดให้
ข้าราชการและเจ้านายสวมเสื้อเมื่อเข้าเฝ้า ในสมัยต้น รัชกาลที่ ๕ ต่อมาการติดต่อกับต่างประเทศมีมากขึ้น ทั้งด้านความสัมพันธ์ทางการทูต การขยายตัวทางการค้า ของบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่สั่งสินค้าจากตะวันตกเข้ามาขาย เพื่อรับกับการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวตะวันตก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนทำให้วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวตะวันตก เข้ามามีส่วนสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการแต่งกายเดิม เชื่อว่าเป็นเพราะความนิยมใน
“ความเจริญ” ของตะวันตก จึงรับเอาความคิด ทางด้านความสวยงามตามทัศนคติของชาวตะวันตกเข้ามาด้วย  ในระยะต้นเป็นการดัดแปลงแบบตะวันตกผสมกับแบบการแต่งกายเดิม  แต่การ “แต่งอย่างฝรั่ง” ก็เป็นที่ยอมรับเพียงเวลา “ออกการออกงาน” หรือเนื่องในโอกาสต่าง ๆ เป็นพิเศษเท่านั้น ปกติยังคงแต่งกายตามประเพณีเดิม   นักเรียนไทยที่ได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เป็นแกนนำในการเผยแพร่แบบการแต่งกายของชาวตะวันตก ตลอดจนวิถีทางดำเนินชีวิตบางประการ การแต่งกายแบบ “สากลนิยม” จึงขยายตัวไปสู่กลุ่มชนชั้นกลาง แม้แต่ในยุคนั้นได้เริ่มมีอุปกรณ์ตกแต่งบ้านเรือนอย่าง ผ้าม่านกันแล้ว

 

การแต่งกายของไทยในอดีต

 

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ วัฒนธรรมการแต่งกายของไทย มีลักษณะเด่นด้านการนิยมแบบตะวันตกเพิ่มมากขึ้น   ด้านการแต่งกายรัฐได้ เน้นการแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยเมื่อปรากฏตัวในที่ชุมนุมชน หรือสาธารณชน และแยกประเภทเครื่องแต่งกาย
ที่ถือว่าเรียบร้อยสำหรับประชาชนชาวไทย โดยกำหนดการแต่งกายและทรงผมแบบใหม่ ขอให้สตรีทุกคนไว้ผมยาว เลิกใช้ผ้าโจงกระเบนเปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าถุงแทน เลิกการใช้ผ้าผืนเดียวคาดอกหรือเปลือยกายท่อนบน ให้ใส่เสื้อแทน   ชายนั้นขอให้เลิกนุ่งกางเกงแพรสีต่าง ๆ หรือนุ่งผ้าม่วง เปลี่ยนมาเป็นนุ่งกางเกงขายาวแทน กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ วางระเบียบเครื่องแต่งกาย ในเวลาทำงานปกติข้าราชการหญิงต้องใส่เสื้อขาว นุ่งกระโปรงสีสุภาพ หรือผ้าถุง และสวมรองเท้าหุ้มส้น ถุงเท้าสั้นหรือยาวก็ได้ และต้องสวมหมวก สีของเครื่องแต่งกายนั้นถ้าเป็นงานกลางแจ้งควรใช้สีเทา ถ้าเป็นงานในร่มหรือเกี่ยวกับเครื่องจักร ควรใช้สีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น

 

ยุคแห่งเทคโนโลยีข่าวสาร

หญิงไทยในยุคนี้ จะแต่งกายตามสมัยนิยม และกล้าที่จะแต่งชุดที่ขัดกับวัฒนธรรม ไทย เช่น นุ่งกระโปรงสั้นเหนือเข่าจนเห็นขาอ่อน (mini skirt ) ใส่เสื้อเปิดพุง หรือรัดรูป ฯลฯ บางแฟชั่นก็เป็นกระโปรงบานยาวกรอมเท้า ฯลฯ ตามแต่จะได้รับสื่อแฟชั่นจากทุกมุมโลก ซึ่งเข้าสู่สมัยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดน แฟชั่นการแต่งกายสมัยใหม่ ระบาดออกไปสู่วัยรุ่นไทยทุกจังหวัดอย่างรวดเร็ว ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะการแต่งกายเลียนแบบดารานักร้อง นักแสดงวัยรุ่น ค่านิยมของการแต่งกายเปลี่ยนแปลงไปตามอาชีพ ตามวัยและตามสภาวะแวดล้อมแฟชั่นแต่งบ้านก็มีหลากหลายสไตล์ในทุกวันนี้ผ้าม่านก็กันแสงได้ดีกว่ายุคก่อน เพราะความต่างของเทคโนโลยี “แฟชั่นกางเกง” นับเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในเกือบทุกวัยทุกอาชีพ การนุ่งกางเกงนับเป็นเรื่องปกติสำหรับหญิงไทย กางเกงผ้ายีนส์เข้ามามีบทบาทมากในกลุ่มวัยรุ่น   อาจกล่าวได้ว่า ในช่วงนี้ไม่่มีรูปแบบยังคงหมุนไปตามกระแสแฟชั่นของโลก

 

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT

ที่มา: sites.google.com/site/doungpateep/home/