การดูแล ผู้สูงอายุ อย่างปลอดภัย และมีความสุข

Posted by

ผู้สูงอายุคือ คนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป  ผู้สูงอายุบางท่านอาจจะยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่ก็ยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนไม่น้อยที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ป่วย จนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องคอยอาศัยบุตรหลาน หรือคนในครอบครัวช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด

โดยในการดูแลผู้สูงอายุนั้น ผู้ดูแลควรมีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง ถูกวิธี เพื่อให้การดูแลนั้นเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีความสุขทั้งผู้สูงอายุ และ ผู้ดูแล สิ่งที่ผู้ดูแลควรคำนึงถึงเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ นั้นมีหลายๆด้านดังนี้

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : goo.gl/Z59Pv4

  1. ด้านสุขภาพร่างกาย ผู้ดูแลควรหมั่นใส่ใจในเรื่องสุขภาพร่างกาย อาการเจ็บปวดต่างๆ การดูแลรักษาความสะอาด เช่นการอาบน้ำ สระผม ตัดเล็บ การดูแลสวมใส่เสื้อผ้า การรักษาความสะอาดของอุปกรณ์การนอน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุในเบื้องต้น เมื่อรักษาความสะอาดโอกาสเสี่ยงที่จะมีอาการป่วย เป็นหวัด หรือเชื้อโรคก็ลดน้อยลง
  2. ด้านอาหารการกิน ผู้สูงอายุควรได้รับการใส่ใจในด้านโภชนาการอาหารอย่างถูกต้อง แนะนำให้ผู้ดูแลเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ งดอาหารรสเค็ม เผ็ด และหวานจนเกินไป ควรเน้นอาหารสุขภาพ ผัก ผลไม้ และในการปรุงหารควรเป็นอาหารที่อ่อน เพื่อช่วยให้อาหารนั้นย่อยง่าย ในผู้สูงอายุบางรายอาจจะไม่มีฟันในการเคี้ยวอาหารจึงจำเป็นต้องอาหารอ่อน และพึงระวังในการทานอาหารอาจจะเกิดอาการสำลักอาหารได้ง่ายๆ  เตรียมน้ำสะอาดหรือน้ำอุ่น ให้รับประทานอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว  อาจจะมีอาหารว่างระหว่างเสริมมื้ออาหารหลัก เพื่อช่วยให้ทานอาหารได้จำนวนมากขึ้น หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต โรคเก๊าท์ ก็ควรจัดเตรียมอาหารที่ถูกต้องไม่กระตุ้น หรือเสี่ยงต่ออาการข งโรคที่เป็นอยู่

มีข้อสงสัยว่า ผู้สูงอายุทานไข่ และ นม ได้หรือไม่อย่างไร คำตอบคือสามารถทานไข่และนมได้ แต่ควรจำกัดปริมาณการทานไข่ ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง ส่วนการรับประทานนมอาจจะเปลี่ยนจากนมวัว มาเป็นนมถั่วเหลืองแทนได้ เนื่องจากนมถั่วเหลืองมีโปรตีนจากพืช เป็นโปรตีนที่มีประโยชน์ และย่อยง่ายเช่นกัน

การรับประทานยาต่างๆ ควรให้ทานตรงเวลาในปริมาณตามที่แพทย์สั่ง

  1. การนอนหลับ พักผ่อน ผู้ดูแลควรจัดที่นอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่มืดและสว่างจนเกินไป  ควรมีมุมห้องให้สามารถอ่านหนังสือหรือนั่งชมวิวด้านนอก เพื่อสัมผัสกับสีเขียวของต้นไม้ ท้องฟ้า และลมพัดอ่อน เพื่อสร้างความสดชื่น และทำให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมได้ทำเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถได้ เช่น ออกกำลังกาย ยืดเส้น ยืดสาย แบบเบาๆ ภายในห้อง เป็นต้น และสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่ลุกเดินไม่ได้ต้องนอนตลอดเวลา ควรให้ความใส่ใจในเรื่องการเกิดแผลกดทับเนื่องจากการนอนนานๆ  ให้หมั่นพลิกตัวนอนตะแคงซ้าย ขวา ทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อลดกาคเกิดอาการแผลกดทับ
  2. การออกกำลังกาย การดูแลผู้สูงอายุ ในเรื่องของการออกกำลังกายก็สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย ควรออกกำลังกายใน ที่ปลอดภัยไม่เร็วและแรงจนเกินไป เน้นไปในการคลายเส้น คลายกล้ามเนื้อ หรือการออกกำลังกาย ที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับการดูแลผู้สูงอายุคือการเดิน อาจจะเดินสักวันประมาณ 20-30 นาทีต่อวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลังกาย ระบบการทำงานหัวใจเป็นปกติ สูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย และยังช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายขึ้นด้วย
  3. ระมัดระวังเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากผู้สูงอายุบางท่านอาจจะมีการเคลื่อนไหวหรือการทรงตัวที่ไม่ดีนัก ควรระวังในเรื่องของการเดินสะดุด ลื่นล้ม บริเวณภายในบ้านที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายคือ บริเวณบันได ห้องน้ำ และพื้นกระเบื้องที่มีความลื่น  จึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลที่จะคอยดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น  หากเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของผู้สูงอายุคือ กระดูกหัก กระดูกร้าว   อาจจะทำให้ต้องเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงซึ่งอาจจะหายเป็นปกติช้า การเป็นอัมพาตไปเลยในบางราย ที่มีความรุนแรง  และการดูแลที่มีเพิ่มความยากมากขึ้นด้วย
  4. ด้านสุขอนามัย การขับถ่าย สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ข้อนี้อาจจะไม่เป็นปัญหามากนัก แต่สำหรับบางท่านที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องคอยให้ผู้ดูแลช่วยเหลือทุกอย่าง เช่น การปัสสาวะ อุจจาระ สิ่งที่ควรระวังคือการรักษาความสะอาด เพื่อลดการติดเชื้อต่างๆ ควรหมั่นเปลี่ยนแพมเพิร์สทุกๆ 2 ชั่วโมง  หากอุจจาระต้องเช็ดทำความสะอาดด้วยสำลีชุบน้ำอุ่นหรือแอกกอฮอลล์ เพื่อลดเชื้อโรคต่างๆ  ซับให้แห้ง  ในการเปลี่ยนผ้าอ้อม การทำความสะอาด ผู้ดูแลอาจจะสวมถุงมือ เตรียมผ้าปิดจมูก เนื่องจากการทำความสะอาดปัสสาวะ อุจจาระ อาจจะมีเชื้อโรคและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์  ผู้ดูแลควรทำความเข้าใจ ในเรื่องการดูแลนี้ด้วย
  5. การดูแลด้านอารมณ์และสภาพจิตใจของผู้สูงอายุ  การดูแลผู้สูงอายุ  สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การให้ความรัก ความเอื้ออาทร ปฏิบัติต่อท่านอย่างนุ่มนวล  ไม่ใช้ความรุนแรง และคำพูดที่อาจจะให้น้อยใจ ส่งผลทางด้านอารมณ์ที่ไม่ดี ควรหากิจกรรมต่างๆให้ท่านทำ เช่น อ่านหนังสือ เย็บปักถักร้อย กิจกรรมด้านภูมิปัญญาต่างๆ การปลูกต้นไม้  การพูดคุยสนทนาต่างๆ ดินเล่น พบปะผู้คน เพื่อนบ้าน หรือการที่บูกหลานมาเยี่ยม มาทานอาหารร่วมกัน กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมเชิงบวกต่ออารมณ์ของผู้สูงอายุ  เพื่อลดความเครียดต่างๆ แบะส่งผลถึงสุขภาพจิตที่ดีด้วย

ขอบคุณเครดิตรูปภาพ : goo.gl/FVU9pv